สวัสดียามดึกๆค่ะ
เราเป็นคนนึงที่เป็นแฟนละครต่างประเทศหรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่าซีรี่ส์มานานเกือบๆสิบปีแล้ว รวมๆตอนนี้น่าจะเกินร้อยเรื่องไปนานแล้ว นึกย้อนไปเมื่อสมัยนู้นนนน (นานมากทีเดียว) การที่จะหาดูซีรี่ส์ต่างประเทศซักเรื่องแบบชัดๆมีซับไทยดูมันช่างยากยิ่ง ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่ออนแอร์ที่เกาหลีวันต่อมาตอนสายๆก็ได้ดูละ
เอาละค่ะ นอกเรื่องมานานแล้ว
เราเชื่อว่าในบรรดาซีรี่ส์มากมายที่ออนแอร์แข่งกันอยู่ทุกวันนี้ มันมีทั้งเรื่องที่สนุกมาก สนุกน้อยปนๆกันไป สำหรับเราแล้วเป็นคนไม่ดูอะไรซ้ำๆ แต่ก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่สนุกมากจนต้องดูมากกว่ารอบเดียว
1. Liar Game 1-3 + Final Stage: จำนวนครั้งที่ดู - จำไม่ได้แล้วค่ะ นับไม่ถ้วน
เปิดมาเรื่องแรกด้วยเรื่องที่เราดูบ่อยที่สุด เรียกได้ว่าตั้งแต่ออนแอร์จบจนถึงตอนนี้มักจะเปิดรีรันดูทุกๆปีก็ว่าได้ น่าจะหกเจ็ดรอบไปแล้ว
เรื่องย่อ - คันซากิ นาโอะ (ปกติไม่จำชื่อตัวละคร นี่ดูบ่อยจนจำได้แม่นเป๊ะ 55555) นางเอกของเรื่องที่มีจุดขายอยู่ที่ความซื่อและบื้ออย่างที่สุด นางเป็นคนโลกสวยเข้าขั้นวิกฤต ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีและจะไม่โกงใคร เรื่องมันเกิดเมื่อเธอต้องเข้าไปเล่นเกมที่ชื่อว่า Liar Game ซึ่งทำให้เธอต้องเรียนรู้ว่ามนุษย์เห็นแก่ตัวและหลอกลวงได้แค่ไหนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
เหตุผลที่ชอบ - ทริกที่อากิยาม่ากับนาโอะจังใช้ในการเอาตัวรอดในแต่ละเกมนี่บางทีก็ยากเกินจะเข้าใจแบบกระจ่างแจ้งในทีเดียวโดยเฉพาะเมื่อดูซับอังกฤษ (สมัยนั้นไม่มีใครแปลซับไทย) การย้อนดูกลับในแต่ละรอบทำให้เราเข้าใจทริกของเกมมากขึ้น เราว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องมีเสน่ห์ในตัวเอง คือทุกครั้งที่ดูทำให้เรายิ่งทึ่งกับการผูกเรื่องและการวางพล็อต ตัวละครมีการพัฒนาโดยเฉพาะนาโอะที่ถึงแม้จะคงความซื่อและโลกสวยอย่างเสมอต้นเสมอปลายจนคนดูหลายๆคนรำคาญ (นี่ก็รำคาญ) แต่ในที่สุดเราก็ได้กลับมานั่งคิดว่าสังคมเราต้องการความเชื่อใจมากจริงๆ แต่คนอย่างคันซากิ นาโอะนี่แหละที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราทุกคนสามารถสร้างสังคมที่ไม่โกหกหลอกลวงกัน ไม่เอาเปรียบกันได้โดยเริ่มต้นง่ายๆที่ตัวเราเอง
เรื่อง Liar Game มีการซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคเป็นเวอร์ชันเกาหลีอีกเวอร์ชัน แต่พี่เกาท่านเอาไปดัดแปลงซะเยอะกลายเป็นเรียลลิตี้โชว์ซะงั้น มีการเพิ่มเติมเกมและเส้นเรื่องรวมทั้งเลิฟไลน์เข้ามาซึ่งของเวอญี่ปุ่นนี่พระเอกนางเอกไม่ได้มีซีนหวานๆให้ฟินเอาซะกัน (รักกันรึเปล่าก็เพิ่งมาเดาๆได้กันตอนจบๆ) แต่โปรดักชัน คอสตูมถือว่าดี ดูได้เพลินๆ แฟน Liar Game ถ้ายังไม่ดูก็ลองดูนะคะ ถือว่าแปลกใหม่ดีแต่ยังไงที่หนึ่งในดวงใจขอยกให้เวอร์ชันออริจินอลเนี่ยแหละค่ะ
2. Goong : จำนวนครั้งที่ดู - 4 หรือ 5 ไม่แน่ใจ
มันเป็นความอ่อนไหว กลายเป็นคนนั้นเข้ามาทักทายในจิตจายยยย
สำหรับเรื่องนี้คิดว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักซีรี่ส์หนึ่งในตัวจุดกระแสโคเรียนฟีเวอร์ที่ฟีเวอร์อยู่แล้วให้ฟีเวอร์มากขึ้นไปอีก ถึงกลับมีเพลงเวอร์ชั่นไทยร้องโดย ไอซ์ ศรัณยู และ โรส ศิรินทิพย์ (เพราะมากกกก)
เรื่องย่อ - สมมุตินะครับสมมุติ สมมุติว่าโคเรียนแลนด์ยังมีระบบกษัตริย์ และก็มีเจ้าชายรัชทายาทรูปงามแสนเย็นชา ชีวิตคงเหมือนฝันถ้าได้แต่งงานกับเจ้าชายเข้าไปอยู่ในวัง มีชีวิตหรูหราตลอดไป และสาวน้อยผู้ถูกแจ็คพอตนั้นก็คือนางเอกที่แสดงโดย ยุนอึนเฮ (นั่นไง บอกแล้วว่าไม่เคยจำชื่อตัวละครได้) เรื่องราวทั้งวุ่น ทั้งดราม่า และทั้งฟินก็เริ่มขึ้น
เหตุผลที่ชอบ - ยุนอีนเฮ....... ไม่ใช่! ถึงแม้ว่าเจ๊อึนเฮจะน่ารักน่ากอดสุดๆ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่เรารีรันดูมันถึงห้ารอบ! เริ่มด้วยความฟินที่ไม่บันยะบันยัง พล็อตเรื่องที่ชวนฝันสำหรับสาวๆ คอสตูมอลังๆ ฉากวังสวยๆ แถมยังมีพาทมาถ่ายที่ไทยให้เราปลื้มปริ่ม เจ๊ซงจีฮโยก็ทั้งงามทั้งน่าหมั่นไส้ คือมันดี มันใช่ มันลงตัว ดราม่ากันพองาม คือดีอ่ะสรุป
3. Dae Jung Guem - จำนวนครั้งที่ดู 5 รอบ
ท่านแม่แดจังกึมน่าจะเป็นเรื่องแรกที่เราได้ดูซีรี่ส์พีเรียดของเกาหลี ก่อนหน้านี้รู้จักแต่พีเรียดไทยแบบสี่ยอดกุมาร สิงหไกรภพ เลยนึกเอาเองว่าน่าจะแนวๆนั้น (ป้ายองเออย่าเพิ่งตบเค้านะ) แถมในทีเซอร์ช่องสามโปรยมาว่า ผู้หญิงที่ใช่ลิ้นจนได้ดี.... -..- เอาซะคิดลึก เรื่องนี้ช่องสามรีรันหลายครั้งมาก แต่เราก็บ้าจี้ดูทุกครั้ง และยังมาเปิดดูเองอีกสองครั้ง รวมเป็นห้ารอบสวยๆ
เรื่องย่อ - ซอจังกึมเป็นเด็กที่เข้ามาเป็นนางกำนัลห้องเครื่องซึ่งมีการแก่งแย่งชิงดีกันมากมายด้วยการเมืองภายในที่โยงไปถึงการแย่งชิงอำนาจของบรรดาขุนนางฝ่ายต่างๆ นางก็พัฒนาฝีมือจนเก่งมาก ทำอาหารได้ยอดเยี่ยมโดดเด่นซึ่งความเด่นเกินหน้าเกินตาและความใฝ่รู้ (ภาษาชาวบ้านเรียกว่าเผือก) ก็นำภัยมาถึงตัว โดนเนรเทศไปเป็นทาสก็ยังหาความรู้จนเป็นหมอกลับมาเป็นหมอหลวงในวังได้อีก!
เหตุผลที่ชอบ - นอกจากจะชื่นชมคนเขียนบทของเกาหลีที่สามารถเอาเรื่องราวของหมอหญิงในประวัติศาสต์เพียงไม่กี่บรรทัดมาแปลงเป็นซีรี่ส์ที่มีความยาวถึงหกสิบกว่าตอนได้ แถมยังทำเงินเป็นกอบเป็นกำอีกตังหาก บทละครที่ชวนให้คนดูตื่นเต้น ลุ้นระทึก มีปมซับซ้อนหลายปม ก็ทำให้คนดูติดได้ถึงขั้นไม่หลับไม่นอนแม้จะดูรอบที่สามแล้วก็เหอะ พระเอกก็หล่อ นางเอกก็ทั้งสวยทั้งเก่ง ดูกี่ทีก็สนุกทุกที
4. Mei-chan no Shitsuji - จำนวนครั้งที่ดู 4 รอบ
เรื่องย่อ - เมจังเป็นลูกสาวคนขายอุด้งที่อยู่ๆก็พบว่าตัวเองเป็นทายาทมหาเศรษฐี ทำให้เธอถูกส่งเข้าไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์ ลูเซียซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกสอนกุลสตรี ไฮไลต์อยู่ตรงที่นักเรียนทุกคนต้องมีบัตเลอร์ชายส่วนตัว คอยรับใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เมจังต้องเจอกับเพื่อนร่วมชั้นไฮโซที่คอยแอนตี้เธอ และยังต้องอยู่กับ ริฮิโตะ บัตเลอร์สุดหล่อที่ใครๆก็อยากได้ตัว
เหตุผลที่ชอบ - ผู้ชายยยยยย..... ไม่ใช่! แต่เอาจริงๆเรื่องนี้ก็ขายผู้ชายนั่นแหละ เพราะบัตเลอร์หนุ่มแต่ละคนนี่คัดหน้าตามาอย่างดีแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะพระเอกที่ทั้งหล่อ ทั้งสูง บทก็ส่ง จนสาวๆทั้งในเรื่องนอกเรื่องกรี๊ดกันกระจาย ตัวบทอาจจะเว่อร์ๆไม่สมจริงไปบ้าง แต่ด้วยความที่เนื้อหากระชับไม่ยืดเยื้อทำให้ดูสนุกดีเดียว ชอบตรงมีน้องแกะวิ่งไปมาในบางฉากด้วย
5. Mr. Brain - จำนวนครั้งที่ดู 4 รอบ
เรื่องย่อ - พระเอกเป็นอัจฉริยะที่เชี่ยวชาญด้านการทำงานของสมอง คอยช่วยไขคดีต่างๆที่ตำรวจวิ่งมาให้ช่วย พล็อตก็คล้ายๆละครสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่นทั่วไป ในเรื่องแบ่งเป็นคดีๆที่ส่วนใหญ่จะจบในตอน เป็นคดีฆาตกรรมซะส่วนใหญ่
เหตุผลที่ชอบ - ด้วยความที่เป็นคนชอบดูละครแบบนี้ของญี่ปุ่นมากกกกก เรียกได้ว่าดูทุกเรื่อง แต่ไม่ค่อยมีเรื่องไหนที่หยิบมาดูซ้ำ (คดีฆาตรกรรม ถ้าเราจำคนร้ายได้แแล้วก็ไม่สนุกสิใช่ม้าาา) แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่นตรงที่พระเอกไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นนักวิทยาศาตร์ด้านสมอง ทำให้การสืบสวนของเขา (ที่บางทีก็บ้าๆบอๆ) เน้นไปในทางจิตวิทยาและการทำงานของสมองมากกว่าจะมานั่งพิสูจน์เลือดและลายนิ้วมือ ในบางเคสเมื่อเฉลยแล้วก็หักมุมจนน่าตกใจ ปกติเราอาจจะพอเดาคนร้ายได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่นะจ๊ะ ตอนที่ชอบที่สุดคือตอนสาวสามบุคลิค ที่ตอนจบถึงกับอ้าปากค้าง
จบไปแล้วทั้งหมด 5 เรื่อง แต่ละเรื่องนี่ถือว่าเด็ดๆทั้งนั้น ยังไม่ดูเรื่องไหนแนะนำให้ดูเลยค่ะ และเพื่อไม่ให้มันยาวเกินไป ครั้งหน้าจะมาพร้อมกับครึ่งหลังนะคะ ^O^





